เคล็ดลับหน้าใสอ่อนเยาว์ ทำได้ง่ายๆ ในแบบฉบับโฮมเมด

เพราะความสวยรอไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด สาวๆ ยุคใหม่ก็ต้องจัดมาให้พร้อม และเพื่อให้คุณได้มีตัวช่วยในการเสริมความงามให้กับผิวหน้าอย่างถูกต้องเหมาะสม วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเสริมความงามสไตล์สาวยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องรอนาน ด้วยการพอกหน้าสูตรโฮมเมด 5 สูตรเหล่านี้ เป็นสูตรหน้าใสที่สาวๆ ควรลองอย่างยิ่งเลยทีเดียว

1.พอกผิวหน้าด้วยขมิ้น
ขมิ้นถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำหรับสาวๆ ที่ต้องการผิวหน้าขาวกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา โดยวิธีการก็ง่ายอย่างมาก เพียงแค่นำผงขมิ้นมาผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน แล้วนำไปพอกบนใบหน้า ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก หมั่นทำเป็นประจำคุณก็จะพบกับผิวหน้าที่กระจ่างใสนวลเนียนยิ่งขึ้น แถมผิวยังนุ่มชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย


2.พอกหน้าด้วยมะขามเปียก
มะขามเปียกเป็นแหล่งของกรด AHA จากธรรมชาติโดยมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกได้อย่างอ่อนโยน ใครที่อยากหน้าใสไร้สิว ฝ้า กระและจุดด่างดำ ใช้สูตรมะขามเปียกขัดผิวและพอกหน้าได้เลย โดยสามารถฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกด้วย เพียงแค่นำมะขามเปียกมาแช่ในน้ำสะอาดหรือนมสด จากนั้นคั้นให้ได้เนื้อครีมมะขามเปียกแบบข้นๆ แล้วนำมาพอกหน้าก่อนนอนประมาณ 10-15 นาที หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวหน้าจะขาวกระจ่างใส รอยสิว ฝ้า กระและจุดด่างดำต่างๆ ที่เคยกวนใจจะค่อยๆ จางลงอย่างแน่นอน

3.นวดหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าว เป็นแหล่งของวิตามินอีซึ่งจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและอ่อนเยาว์กว่าวัยได้ ให้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาลงบนผิวหน้าแล้วค่อยๆ นวดด้วยปลายนิ้วนางอย่างอ่อนโยน ลูบไล้บางเบาไปยังบริเวณผิวรอบดวงตาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งจะทำให้ริ้วรอยรอบดวงตาลดลง โดยควรนวดหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำก่อนอาบน้ำ รับรองว่าสูตรหน้าใสนี้จะช่วยคืนความสดใสให้ผิว บอกลาปัญหาริ้วรอยก่อนวัยอย่างได้ผลแน่นอน


4.พอกผิวหน้าด้วยมะละกอ
นอกจากจะนำมารับประทานเพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีแล้ว มะละกอยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวหน้าให้สดใสเปล่งปลั่งได้อีกด้วย เพียงนำเนื้อมะละกอสุกมาผสมน้ำแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกผิวหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพียงเท่านี้ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะกลับมาแข็งแรงสดใส แถมปัญหารอยสิวก็จะค่อยๆ จางลงได้ด้วย

5.ดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำ
น้ำผลไม้ เป็นแหล่งของวิตามินแร่ธาตุที่ร่างกายและผิวพรรณจำเป็นต้องได้รับหลากหลายชนิด หากดื่มเป็นประจำวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปบำรุงผิวจากภายในให้เปล่งประกายสดใสออกมาภายนอก ทำให้ผิวกระจ่างใส อ่อนเยาว์และยังช่วยชะลอริ้วรอยความแก่อย่างเห็นผล แต่จะต้องเป็นน้ำผลไม้คั้นสดเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารดังกล่าวอย่างเต็มที่

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 5 สูตรหน้าใสที่ทำได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องเปลืองเงินซื้อผลิตภัณฑ์แพงๆ มาใช้เลย ไม่ว่าจะเป็นสูตรพอกหน้าฉบับโฮมเมดที่สามารถหยิบเอาวัตถุดิบรอบตัวมาใช้ในราคาไม่กี่สิบบาท และการดื่มน้ำผลไม้สดเป็นประจำ เพียงเท่านี้ สาวๆ ก็จะมีผิวสวยสดใสในแบบธรรมชาติได้ง่ายดายแล้ว

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/169955/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/169955/

5 วิธีดูแลผิวหลังเที่ยวทะเล คล้ำเสียแค่ไหน ผิวก็สวยสดใสได้อีกครั้ง

หลังสนุกสุดเหวี่ยงจากทริปไปเที่ยวทะเลแล้ว ผิวสาวก็ย่อมต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะความหมองคล้ำ ถือเป็นสิ่งที่ถูกแถมมาอย่างปฏิเสธไม่ได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับใครที่ต้องการลดความหมองคล้ำบนผิว ตามมาดู 5 วิธีดูแลผิวที่เรานำมาฝากกันดังนี้เลยค่ะ

1.ทาโลชั่น After Sun
การทาครีมกันแดดก่อนออกไปทำกิจกรรมต่างๆ อาจจะยังไม่พอสำหรับการป้องกันผิวไม่ให้เกิดความหมองคล้ำได้ ซึ่งหลังกลับจากทริปแต่ละครั้ง ควรทาโลชั่น After Sun หรือจะเป็นเจลว่านหางจระเข้ก็ได้เช่นกัน โดยควรเน้นทาที่บริเวณรอบชุดว่ายน้ำ เพราะวิธีนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำลงได้


2.อาบด้วยน้ำเย็น
การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นเป็นการฟื้นฟูผิวได้อย่างรวดเร็ว และช่วยลดความร้อนบนผิวได้ดี เนื่องจากผิวที่ตากแดดเป็นเวลานานจะส่งผลให้ผิวเกิดอาการไหม้ได้ ดังนั้นการอาบน้ำด้วยน้ำเย็นจึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความร้อนได้ดีและเร็วที่สุด ที่สำคัญไม่ควรขัดผิวแรงๆ เพราะผิวในช่วงนี้จะมีความอ่อนแออย่างมาก

3.ทำความสะอาดผิวหน้าด้วย Cleansing Oil
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผิวหน้าคือ ส่วนที่ไม่สามารถบดบังความร้อนจากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ และเป็นส่วนที่มีโอกาสถูกทำลายได้มาก ดังนั้นจึงควรดูแลผิวหน้าด้วยการใช้ Cleansing Oil เพราะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีส่วนช่วยในการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก แถมยังช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ทำลายความชุ่มชื้นผิวให้ลดลงอีกด้วย


4.ทามอยส์เจอไรเซอร์
การทามอยส์เจอไรเซอร์หลังการทำความสะอาดผิวในทุกส่วน เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นการเติมน้ำให้กับผิว เพื่อให้ผิวมีความนุ่มชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มน่าสัมผัส

5.ทานวิตามินซีหรือทาเซรั่มบำรุงผิว
อย่างที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวให้มีความแข็งแรง และยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความขาวให้กับผิวอีกด้วย ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี หรือจะเลือกทานวิตามินซีแบบเม็ดก็ได้เช่นกัน สำหรับใครที่ชื่นชอบการทาครีมเพื่อบำรุงผิว แนะนำให้ใช้เซรั่มบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพราะสามารถดูแลผิวหลังสนุกสุดเหวี่ยงจากทริปเที่ยวทะเลได้ด้วยนั่นเอง

หลังจากนี้เชื่อว่าสาวๆ จะหมดกังวลกับสภาพผิวหลังกลับจากทริปไปเที่ยวทะเลกันนะคะ เพราะแต่ละวิธีการดูแลผิวหลังเผชิญแสงแดดและมลภาวะต่างๆ จากการทำกิจกรรมมากมายในแต่ละทริป ล้วนเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย และให้ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างน่าเหลือเชื่อ สิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรละเลยก็คือการทาครีมกันแดด เพราะถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำลายได้ง่ายนั่นเองค่ะ

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/169927/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/169927/

8 ผลิตภัณฑ์ความงามที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงโปรดตลอดกาล

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจในการโปรโมตลิปสติกแบรนด์โปรดแต่อย่างใด แต่มีหลากหลายวิธีในการสืบค้นกิจวัตรความงามของพระองค์ได้ไม่ยาก จากแหล่งข่าวหลายแหล่งสรุปไอเท็มโปรดของสมเด็จพระราชินีนาถฯ ได้จากสินค้าที่ได้ที่พระราชทานตราตั้งห้าง (Royal Warrants) ซึ่งมีหลายบริษัทที่ถวายงานให้กับพระราชวังวินด์เซอร์มาหลายปี โดยมีตั้งแต่แป้งอัดแข็ง ครีม และเครื่องหอม จะมีอะไรอีกบ้างเลื่อนชมด้านล่างได้เลย 
 

1. Ever Matte Mineral Powder Compact: Clarins

เมื่อตอนที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธได้เข้าพิธีราชาภิเษก โดยใช้เครื่องสำอางแบรนด์ Clarins ในการแต่งพระพักต์ โดยได้สั่งทำลิปสติกสีพิเศษเพื่อแมตช์กับเสื้อคลุมพิธีบรมราชาภิเษก ในทุกวันนี้พระองค์ก็ยังโปรดผลิตภัณฑ์จาก Clarins อยู่เสมอ (Clarins ได้พระราชทานตราตั้งห้างในหมวดของ “สกินแคร์และเครื่องสำอาง”) ว่ากันว่าแป้ง Ever Matte powder เป็นไอเท็มที่พระองค์ท่านฯ ขาดไม่ได้จริงๆ 
 

2. Nail Lacquer สี Ballet Slippers: Essie

จากเว็บไซต์ของ Essie (และแหล่งข่าวอื่นๆ) ระบุว่าช่างทำผมของสมเด็จพระราชินีนาถฯ เขียนจดหมายไปหา Essie Weingarten ผู้ก่อตั้งแบรนด์ในปี 1989 เพื่อสั่งทำยาทาเล็บสีชมพูรองเท้าบัลเลต์ เรื่องนี้ได้เล่าต่อกันมาเรื่อยๆ และเป็นเฉดสีทาเล็บสีเดียวที่อยู่บนพระกรชะของพระองค์ท่านจนถึงทุกวันนี้ 
 

3. Hand And Nail Treatment Cream: Clarins

The Telegraph ระบุว่าแฮนด์ครีมหลอดนี้เป็น “ครีมสามัญประจำวัง” เลยก็ว่าได้ เพราะมีช่างทำเล็บมาทำพระกรชะของพระองค์ท่านอย่างสม่ำเสมอ และแน่นอนว่าพระองค์ท่านฯ คงใช้แฮนด์ครีมเพื่อบำรุงพระกรชะให้งดงาม 
 

4. Beautiful Colour Moisturising Lipstick: Elizabeth Arden


Hello! รายงานว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นแฟนพันธุ์แท้ของลิปสติกแบรนด์ Elizabeth Arden มาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ซึ่งแบรนด์นี้ยังได้รับพระราชทานตราตั้งห้างมานานถึง 55 ปี ถึงแม้จะระบุบเฉดสีแบบเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าพระองค์ท่านทรงโปรดปรานเฉดสีชมพูร้อนแรง คล้ายกับสี Rosy Shimmer ในรูปด้านบน 
 

5. Eight Hour Cream Skin Protectant: Elizabeth Arden


อีกหนึ่งชิ้นจากแบรนด์ Elizabeth Arden ที่พระองค์ทรงโปรดปรานคือ Eight Hour Cream จากรายงานของ the Telegraph ในปี 2016 บอกว่าทางแบรนด์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับ Angela Kelly สไตลิสต์ส่วนพระองค์ ในการถวายงานรับใช้เชื้อพระวงศ์ “เราทำงานใกล้ชิดกับ Angela Kelly และทีมของเธอ เพื่อถวายงานที่ดีที่สุดให้ตรงตามรีเควสของพระองค์ฯ” และตัวแทนสื่อยังเผยว่า “นับเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ภูมิใจมากที่สุดก็ว่าได้” 
 

6. Lemon & Neroli Soaps: Bronnley

แบรนด์ Bronnley ได้รับพระราชทานตราตั้งห้างในปี 1943 จากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ได้พระราชทานตราตั้งห้างให้อีกครั้ง ขณะนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าสบู่ที่สต็อกอยู่ในพระราชวังบัคกิ้งแฮมส์คือสบู่รุ่นอะไร ซึ่งชิ้นเด่นของแบรนด์คือก็สบู่กลิ่นเลมอนและเนโรลินั่นเอง 
 

7. Delicious Rhubarb and Rose Fine Liquid Hand Wash: Molton Brown

อีกแบรนด์หนึ่งที่ได้รับพระราชทานตราตั้งห้าง อย่าง Molton Brown ก็ได้รับอภิสิทธิ์ในการส่ง “เครื่องใช้ในห้องน้ำ” ซึ่งก็ไม่มีใครสามารถระบุรุ่นที่แน่ชัดได้เช่นกัน แต่เดาจากสีชมพูที่พระองค์โปรดปรานก็คาดได้ว่า Delicious Rhubarb and Rose Fine Liquid Hand Wash น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี 
 

8. Oval Cherry Wood White Bristle Brush: Kent

Kent คือแบรนด์ผลิตแปรงผมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และได้รับพระราชทานตราตั้งห้างมาถึง 9 แผ่นดิน รวมถึงยุคของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธอีกด้วย

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/169939/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/169939/

เผยสูตรสวยด้วยว่านหางจระเข้ เนรมิตความงามครบตั้งแต่หัวจรดเท้า

รู้หรือไม่ว่าว่านหางจระเข้คือ ของขวัญล้ำค่าที่ธรรมชาติประทานมาให้หญิงสาวทุกคน แค่คุณมีว่านหางจระเข้ ก็สามารถเนรมิตความงามได้สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว หากใครที่ต้องการเติมเต็มความงามให้มากกว่าเดิม จากนี้ก็ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติชนิดนี้ในการปรนนิบัติความสวยความงามกันได้เลยค่ะ

1.สูตรหมักผมด้วยว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้สามารถหมักผมให้เงางาม ลดผมร่วงและผมบางได้แบบง่าย ๆ โดยสูตรการหมักผมด้วยว่านหางจระเข้มีดังต่อไปนี้

สูตรผสมน้ำเปล่า
หากใครที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง ให้นำเอาวุ้นใสจากว่านหางจระเข้มาผสมน้ำเปล่าอย่างละเท่า ๆ กัน จากนั้นนำมาปั่นในเครื่องปั่นและกรองเอาแต่น้ำ นำมานวดที่บริเวณโคนผมให้ทั่วศีรษะ จากนั้นหมักผมทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะทำให้ผมของคุณดกดำและหนาขึ้นได้

สูตรผสมไข่แดง
สำหรับสูตรผสมไข่แดง เป็นสูตรที่ง่ายและได้ผล เพียงแค่คุณนำวุ้นว่านหางจระเข้หั่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมไข่แดง 1 ฟองและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา มาปั่นรวมกัน จากนั้นนำมาหมักผมราว 30 นาที ทำแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้ผมมีน้ำหนัก ไม่แห้งแตกปลาย

สูตรผสมดอกอัญชัน
ว่านหางจระเข้และดอกอัญชันจะช่วยลดปัญหาผมหงอกก่อนวัยได้ เพียงนำวุ้นว่านหางจระเข้ผสมกับดอกอัญชันอย่างละเท่าๆ  กันจากนั้นปั่นในเครื่องปั่นแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนจะสระผมให้สะอาดหมดจด


2.สูตรพอกหน้าด้วยว่านหางจระเข้
สูตรพอกหน้าด้วยว่านหางจระเข้ถือเป็นสูตรที่เหมาะสมกับทุกสภาพผิวหน้า ซึ่งสูตรที่ทุกคนควรลองมีดังต่อไปนี้

สูตรผสมขมิ้น
สำหรับสูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าผ่องใส โดยใช้ขมิ้น 1 ช้อนชาผสมกับเจลว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าผุดผ่องใสไร้สิวได้อย่างแน่นอนค่ะ

สูตรผสมกล้วย
สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เหมาะกับสาวหน้าแห้งอย่างมาก โดยใช้เจลว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับกล้วยสุก 4 ชิ้น บดให้เข้ากันแล้วทาลงบนใบหน้า 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรผสมแตงกวา
สำหรับแตงกวามีส่วนช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใส ใครผิวแห้งไม่เปล่งปลั่งต้องลองสูตรนี้เลยค่ะ ให้ใช้เจลว่านหางจระเข้  2 ช้อนชา น้ำแตงกวา 1 ช้อนชา และน้ำมันดอกกุหลาบ 3 หยด ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกัน แล้วหยดน้ำมันดอกกุหลายหรือน้ำมันหอมระเหยจากนั้นทาลงบนใบหน้า 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น


ว่านหางจระเข้ถือเป็นไอเท็มเด็ดสำหรับผู้หญิงทุกคน แต่ละสูตรสวยสามารถใช้ได้แบบง่ายๆ ไม่เสียเวลานาน อีกทั้งยังประหยัดเงินได้เป็นอย่างดี ใครลองใช้รับรองว่าติดใจอย่างแน่นอน

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/169923/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/169923/

5 ลิปสติกสำหรับคนปากแห้ง ทาแล้วปากไม่แตกเลือดสาด

ปัญหาของคนปากแห้งคือเวลาทาลิปสติกแล้วมักจะทาไม่ค่อยสวย บางทีทาแล้วเป็นคลื่นๆ หรือทาไปสักพักลิปสติกจะเริ่มแห้ง ไม่เหลือความชุ่มชื้น ทำให้ปากแตกลอกระหว่างวัน บางครั้งทำเอาเลือดออกซิบๆ เลยก็มี หน้าหนาวแบบนี้เราก็เลยมีลิปสติกสำหรับคนปากแห้งมาแนะนำกันค่ะซิส ว่าใช้แบบไหนถึงจะสวยชุ่มชื้นไม่เลือดสาด!

1. M.A.C. เนื้อ Amplified


เนื้อดี สีชัด จะลืมแมคไปไม่ได้ค่ะ สาวๆ ปากแห้งแนะนำให้เลือกลิปแมครุ่นที่เป็นเนื้อ Amplified เพราะเป็นรุ่นที่เม็ดสีชัด กลบสีปากมิด แต่เนื้อลิปเป็นแบบชุ่มชื้น ไม่แมตต์จนเกินไป แล้วก็ไม่มันวาวจนเกินไป เป็นรุ่นที่ลงตัวมากสำหรับสาวๆ ปากแห้ง สียอดฮิตคือสี Vegas Volt, Smoked Almond ราคาประมาณ 890 บาท

2. L’Oreal Brilliant Signature


ลิปจิ้มจุ่มรุ่นที่กำลังมาแรงของลอรีอัล ความปังคือทาแล้วปากไม่พังเลยค่ะคุณพี่ เป็นลิปจิ้มจุ่มที่สีชัด แต่เนื้อฉ่ำ ไม่แมตต์ ทาแล้วชุ่มชื้นเหมาะกับคนปากแห้งที่อยากได้ลิปสีชัดๆ หน่อย สียอดฮิตคือสี 302 Be Outstanding, 314 Be Successful ราคาประมาณ 259-299 บาท

3. YSL Vernis A Levres Water Stain Lipstick


ลิปที่คนปากแห้งควรไปตำคือ YSL เลยค่ะ เป็นแบรนด์ที่ทำลิปมาเหมาะกับคนปากแห้งสุดๆ เพราะลิปแต่ละรุ่นส่วนมากเน้นความชุ่มชื้นเป็นหลักเลย สีสวยผู้ดีมาก ถ้าอยากได้ลุคปากคุณหนูน่ารักๆ แนะนำรุ่นนี้ค่ะ เนื้อจะเป็นกึ่งทินต์ แต่สีสวยติดทน ทาแล้วปากไม่แห้งเลย ชุ่มชื้นแบบปากสวยสุขภาพดีมากๆ สียอดฮิตคือ เบอร์ 613, 617 ราคาประมาณ 1,500 บาท

4. Revlon Super Lustrous Lipstick


ถูกและดีในตำนาน ก็มีลิปที่ทาแล้วปากไม่แห้งนะคะ ลิปเรฟลอนรุ่นนี้ถูกมากกก มีเนื้อแบบครีมๆ ชุ่มชื้นให้เลือก ไม่ได้มีแต่ลิปแมตต์อย่างเดียว ทาแล้วสีสวยสุภาพ ทาได้บ่อย ปากไม่แตกด้วยค่ะซิส สียอดฮิตคือ 240 Sandalwood Beige, 325 Toast of New York ราคาประมาณ 99-189 บาท

5. Bobbi Brown Crushed Lip Color


สวยหรูดูแพงต้องลิป Bobbi Brown ค่ะ รุ่นนี้ปังไม่ไหว เป็นรุ่นยอดฮิตที่ใช้แล้วปากชุ่มชื้นมงลงมาก สีสวยผู้ดี ทาแล้วปากไม่แตกไม่ลอก เป็นลิปที่เอาไว้ทาทุกวันได้เลย สียอดฮิตคือ Blondie Pink, Angel ราคาประมาณ 1,300 บาท

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/169881/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/169881/