“ลดน้ำหนัก” ไม่ลง! ลองตรวจเช็กพันธุกรรมดู

16 ต.ค. 2563 10:14 น.

หลายคนเคยสังเกตมั้ยคะ ทำไมเรา “ลดน้ำหนัก” แล้วน้ำหนักไม่ยอมลงเสียที หรือบางครั้งเราก็ไม่กินเยอะ แต่ทำไมเรากลับเป็น “โรคอ้วน” ท่ามกลางความสงสัย MIRROR จึงพยายามหาคำตอบมาฝาก ซึ่งเราได้คำตอบจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญว่า ปัญหาลดน้ำหนักไม่ลงหรือปัญหาความอ้วนเป็นปัญหาที่มีสาเหตุร่วมจากหลายปัจจัย และบ่อยครั้งเกิดจาก “พันธุกรรม” โดยมียีนและโครโมโซมเป็นตัวกำหนด จึงไม่ต้องสงสัยถ้าหากสาวๆ ไม่ได้ใช้ชีวิตจนมีปัจจัยเสี่ยง แต่ยังคงเป็น “โรคอ้วน” วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก…ไปดูกันจ้ะ

“ลดน้ำหนัก” ไม่ลง ลองตรวจเช็ก “พันธุกรรม”

“พันธุกรรม” ตัวแปร “ลดน้ำหนัก” ไม่ลง

พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล จากจิณณ์เวลเนสคลินิก เริ่มเล่าว่า วิวัฒนาการทางการแพทย์สาขาพันธุศาสตร์การแพทย์และจีโนมิกส์ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นองค์ความรู้ที่สามารถอธิบายการก่อโรคต่างๆ ที่เป็นผลจาก “ยีน” และ “โครโมโซม” ในร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้เสียที โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยพบว่า…ปัจจัยที่ควบคุมสุขภาพและความอ้วนที่ลดน้ำหนักไม่ลง มีผลมาจาก “พันธุกรรม” รวมถึงประวัติครอบครัว พฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิต รวมถึงการรับสารกระตุ้นจากภายนอก เช่น ยาหรือฮอร์โมนต่างๆ

ทั้งนี้หากเรามองที่ปัญหาความอ้วนที่ “ลดน้ำหนัก” ไม่ลง ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ถือเป็นปัญหาที่มีสาเหตุร่วมมาจากหลายปัจจัย และยังก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้ในหลายอวัยวะ เช่น หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไต หรือตับ ดังนั้นการประเมิน “พันธุกรรม” การกินอาหาร การออกกำลังกาย การเผาผลาญพลังงาน เช่น ถ้าบุคคลนั้นมีประวัติครอบครัว พ่อแม่พี่น้องมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีโรคที่เป็นความผิดปกติของการใช้พลังงานของร่างกายในครอบครัวหลายคน เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เกาต์ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบแตกตัน หรือมีคนในครอบครัวเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ คนกลุ่มนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น เช่น ควบคุมน้ำหนัก การกินอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย การออกกำลังกายที่เพียงพอ รวมถึงการปรับพื้นฐานสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งพร้อมต่อสู้กับความเครียดในสังคมปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามปัญหาความอ้วนที่ “ลดน้ำหนัก” ไม่ลง และความผิดปกติด้านการเผาผลาญสารอาหารบางชนิด เป็นผลมาจากระดับ “ยีน” เป็นตัวหลักที่เด่นเหนือสิ่งแวดล้อม เช่น ยีนควบคุมความอิ่มเสียไป หรือยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ คนกลุ่มนี้จะต้องจริงจังในการปรับ “พฤติกรรม” เพื่อต่อสู้กับ “พันธุกรรม” รวมถึงอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาตามดุลยพินิจของแพทย์

ทางออกลดน้ำหนักไม่ลง แนะปรับ “พฤติกรรม” เปลี่ยนพันธุกรรม

ด้าน รศ.ดร.นพ.โอบจุฬ ตราชู แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์และเวชพันธุศาสตร์ ระบุว่าหลายคนถอดใจเรื่องความอ้วน เนื่องจากเห็นคนในตระกูลอ้วนมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ หรือหลายคนเครียดว่าพยายาม “ลดน้ำหนัก” เท่าไรก็ไม่ลงเสียที การพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดเกี่ยวกับ “พันธุกรรม” จะช่วยให้การดูแลสุขภาพของสาวๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การประเมินทางด้านพันธุกรรม โภชนาการ กายภาพบำบัด และฟื้นฟูสภาพจิตใจ การเลือกอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล จึงไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงมีข้อมูลที่สำคัญทางการแพทย์อย่างครบถ้วน การสืบประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณปู่ย่าพ่อแม่ ก็สามารถเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง แต่หลายครั้งที่พบคนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ทั้งที่คนในครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคดังกล่าว เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตและอาหารบางชนิด มีผลต่อการทำงานของ “ยีน” ที่มีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม จึงอาจส่งผลต่อความรุนแรงของโรค ที่แฝงมากับยีนทาง “พันธุกรรม” ได้

ทั้งนี้เมื่อตรวจสุขภาพยีนของเราแล้วพบว่า…มีความเสี่ยง จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเร่งด่วน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีพันธุกรรมผิดปกติต่อโรคอ้วนหรือการ “ลดน้ำหนัก” ไม่ลง อย่างการเผาผลาญไขมันหรือน้ำตาลผิดปกติ ก็ต้องหาทางเลือกการรักษา และปรับการรับประทานให้ทานอาหารที่มีโภชนาการที่ถูกต้อง ฝึกออกกำลังกายให้เพียงพอเหมาะสม จะลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและความทุพพลภาพลงได้

ฟังแบบนี้เราจะเห็นได้ว่า…”พันธุกรรม” อย่าง “ยีน” หรือ “โครโมโซม” มีผลต่อโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้จริงๆ แต่ไม่ว่าโรคนั้นจะร้ายแรงหรือรักษาไม่หายแค่ไหน พฤติกรรมการกินอยู่ รูปแบบการใช้ชีวิต ทุกอย่างล้วนมีผลกับโรคภัยทั้งสิ้น MIRROR พยายามจะนำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “สุขภาพ” โดยหวังว่าเราจะอยู่เคียงข้างผู้หญิงฉลาดเลือก ฉลาดใช้ชีวิต ในการการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดี การได้ออกกำลังกาย และกินตามหลักโภชนาการที่ถูกต้อง ก็ยังคงเป็นคำตอบสำคัญในการดูแลตัวเองเบื้องต้น เพราะสุดท้ายแล้ว “การป้องกัน” ก็ยังดีและสำคัญกว่า “การรักษา” เสมอ ติดตามอ่านบทความเกี่ยวกับ “สุขภาพ” ที่น่าสนใจได้ ที่นี่ .

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1936223
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1936223