เทรนด์ “ฉีดฟิลเลอร์” 2020

15 ต.ค. 2563 10:41 น.

ปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับนับว่าเป็นปัญหาระดับชาติของ Lady MIRROR สาวๆ หลายคนเลือกใช้วิธีสวยแบบทางลัดด้วยการ “ฉีดฟิลเลอร์” ที่เห็นผลเร็วกว่าการทาครีมหรือสกินแคร์ เพราะนวัตกรรมอย่างการฉีดฟิลเลอร์คือการเติมเต็มส่วนที่พร่องไป พร้อมกับปรับรูปหน้า ที่สำคัญยังเสริมความยืดหยุ่นให้ผิวหนังคงความอ่อนเยาว์ แลดูสวยสดใสอยู่เสมอ แต่คุณสาวๆ รู้หรือไม่ การตัดสินใจไปฉีดฟิลเลอร์นั้น สาวๆ จะต้องมีข้อมูล ความรู้ และตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกวิธี เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดไป อาจทำให้เราเสียโฉมหรืออาจสูญเสียอวัยวะบางส่วนก็เป็นได้ วันนี้ MIRROR จึงมีข้อมูลดีๆ จาก นพ.วชิระ คุณาธาทร หรือหมอฟรุ๊ท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผู้คร่ำหวอดในวงการความงามมากกว่า 15 ปี มาฝากกัน เราไปฟังคุณหมอแนะนำกันดีกว่า

เทรนด์ฉีดฟิลเลอร์ 2020

เทรนด์ฉีดฟิลเลอร์แบบ Personalize เหมาะกับรูปหน้าตัวเอง

คุณหมอเริ่มเล่าว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ฟิลเลอร์ถูกใช้เพื่อการเติมเต็มเพื่อคืนความอ่อนเยาว์หรือย้อนวัย แต่ในปัจจุบันโดยเฉพาะในปี 2020 การฉีดฟิลเลอร์กลายเป็นเรื่องของการเติมเต็มความงามในแบบเฉพาะตัวของบุคคล เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้วยวิธี Personalize หรือ Individualize ร่วมกับการทำ Face Design ให้กับสาวๆ แบบเฉพาะ เพื่อสร้างเอกลักษณ์บนใบหน้า เช่น การเพิ่มโหนกแก้มที่สูงขึ้น คางที่สวยขึ้น การยกกระชับของแก้ม การลดความกว้างและหนาของโหนกแก้ม สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างซิกเนเจอร์ให้กับผู้หญิงได้ ในปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นทางเลือกสำหรับสาวๆ ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้เด่นชัดโดยไม่ต้องศัลยกรรม

สำหรับฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบันนั้น หมอฟรุ๊ทบอกว่าสารที่นิยมใช้มากที่สุด เรียกว่า ไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid, HA) ที่ได้รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีเพียงประเภทเดียว คือสารเติมเต็มแบบสลายได้ (Temporary Fillers) ซึ่งสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติไป ในเวลา 12-18 เดือนเท่านั้น สำหรับสารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Fillers) และสารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Fillers) ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ให้นำมาใช้ในประเทศไทย ดังนั้นผู้บริโภคควรระวังการแอบอ้าง และลักลอบนำมาใช้ในคลินิกที่ไม่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐาน หรือคลินิกเถื่อน หมอกระเป๋า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะมีราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาด แต่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย

4 จุดฮิต 3 จุดเสี่ยง “ฉีดฟิลเลอร์”

หากกล่าวถึงจุดฮิตที่สาวๆ นิยม “ฉีดฟิลเลอร์” นั้น อันดับหนึ่งคือจุดที่เรียกว่า “บริเวณกลางใบหน้า” ประกอบด้วย แก้ม ร่องแก้ม ร่องใต้ตา รองลงมาคือคาง โดยคนไข้นิยมเปลี่ยนรูปของคางให้เป็นคางที่มีมุมแหลมขึ้น เชิดขึ้น ตามองศาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนลุคและคาแรกเตอร์ให้กับสาวๆ ได้ 

ในขณะที่จุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีโอกาสที่จะเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรงมากที่สุด อันดับแรก คือ “รอยย่นระหว่างคิ้ว” บริเวณที่ 2 คือ “จมูก” และบริเวณที่ 3 ก็คือ “หน้าผาก” เนื่องจากสามบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่ย้อนไปเลี้ยงถึงจอประสาทตา ดังนั้นการฉีด HA Dermal Fillers โดยหมอเถื่อน หรือแพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญ อาจจะทำให้สารที่ฉีดเข้าสู่เส้นเลือด และก่อให้เกิดการอุดตัน ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงจอประสาทตา นำไปสู่อันตรายถึงขั้นตาบอดได้

3 ปัจจัยตัดสินใจ “ฉีดฟิลเลอร์”

ถึงแม้ปัจจุบันสารไฮยาลูโรนิคเอซิดที่ผลิตขึ้น จะมีความใกล้เคียงกับไฮยาลูโรนิคเอซิดที่ร่างกายสร้างเองมาก ทั้งยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นโอกาสที่สาวๆ จะแพ้ฟิลเลอร์นั้นน้อยมาก แต่หากใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือเสื่อมสภาพ โดยแพทย์ไม่มีความรู้หรือความชำนาญพอ จนนำไปสู่การเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนภายหลังการฉีด และนี่คือ 3 ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ 1. แพทย์ต้องเชี่ยวชาญ เพราะแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่า แต่ละคนควรได้รับการรักษาแบบใดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ 2. ผลิตภัณฑ์หรือตัวยาที่ใช้ต้องเป็นของแท้ และนำเข้าอย่างถูกต้อง โดยต้องศึกษาและดู อย. ก่อนทุกครั้ง 3. ต้องรู้สุขภาพตัวเอง สาวๆ ควรรู้ภาวะของร่างกายตนเอง ว่าควรหรือไม่ควรรับการรักษาด้วยวิธีนี้ เพราะหากเราอยู่ในช่วงที่มีสุขภาพหรือภาวะร่างกายที่มีข้อบ่งชี้ว่าไม่สามารถฉีดได้ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายมากเช่นเดียวกัน 

เรื่องของการเสริมความงามนั้น สาวๆ จงจำไว้ว่า สิ่งที่ต้องคำนึงที่สุดก็คือ “ความปลอดภัย” การตัดสินใจจากราคา อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ราคาถูกเราอาจจะจ่ายน้อยในตอนแรก แต่หากมีผลแทรกซ้อนในระยะยาว เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านั้นเป็นร้อยเท่านะคะ ที่สำคัญที่สุดคือเมื่อรักษาแล้ว ทุกอย่างก็ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% ดังนั้นก่อนตัดสินใจไปเสริมสวยด้วยฟิลเลอร์ ควรหาข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน…สวยและต้องปลอดภัยด้วยนะคะ.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1950959
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1950959