ทำสีผมบ่อยๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่?

6 ต.ค. 2563 16:14 น.

“ผมหงอก” ปัญหาที่สาวๆ ต้องเผชิญ Lady MIRROR คนไหนมีผมหงอกตั้งแต่อายุยังน้อยยกมือขึ้นค่ะ แต่เอาล่ะ…ไม่ต้องพากันเครียดไป เพราะหนทางแก้ไขปัญหาผมหงอกนั้น สามารถทำได้ด้วยการ “ทำสีผม” หรือ “ย้อมสีผม” ด้วยการใช้สีสันต่างๆ ปกปิดผมที่ขาวหงอก สำหรับวิธีนี้นอกจากจะปิดบังผมหงอกไว้แล้ว ยังทำให้สาวๆ มีสีผมตามแบบแฟชั่นอีกด้วย ซึ่งเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำสีผมบ่อยๆ จนแทบผมไม่เคยเป็นสีดำตามธรรมชาติเลย ทั้งนี้ก็เกิดรู้สึกกังวลว่า การทำสีผมบ่อยๆ จะปลอดภัยหรือไม่ แล้วการทำสีผมจะเสี่ยงเป็นมะเร็งหรือเปล่า มาค่ะ…วันนี้ MIRROR มีคำตอบเรื่องนี้มาฝาก…

ทำสีผมบ่อยๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่?

รู้ก่อนทำสีผม!

ก่อนอื่นเรามารู้จักผมหงอกกันก่อน “ผมหงอก” เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีบริเวณรากผม ไม่ผลิตเม็ดสีเหมือนอย่างที่เคย เมื่อเราอายุมากขึ้น ภาวะนี้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะร่างกายหรือเซลล์ของเรา ก็ต้องเสื่อมไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วภาวะผมหงอกตามวัยไม่ถือเป็นภาวะร้ายแรง แต่ก็มีหลากหลายงานวิจัยที่พยายามหาสาเหตุว่า…คนที่มีภาวะผมหงอกก่อนวัยอันควร คือเกิดผมหงอกเยอะๆ ก่อนอายุ 30 ปี มีความสัมพันธ์กับอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ พบว่า…คนที่ผมหงอกตั้งแต่อายุน้อย สัมพันธ์กับประวัติครอบครัวที่มีผมหงอกเร็ว โรคอ้วน และการสูบบุหรี่เกิน 5 ซองต่อปี ส่วนภาวะอื่นๆ นอกจากนี้ ยังไม่พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างแท้จริงกับการเกิดผมหงอกก่อนวัย

เมื่อ “ผมหงอก” มักจะสร้างความไม่มั่นใจและสร้างความกังวลให้กับสาวๆ การย้อมสีผม หรือทำสีผม จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ก็เคยได้ยินมาว่า การย้อมสีผมบ่อยๆ ทำให้เกิดมะเร็งได้ เราไปรู้จักน้ำยาย้อมผมพร้อมๆ กัน น้ำยาย้อมผมแบ่งง่ายๆ ตามส่วนประกอบของสารที่ผสมในน้ำยาได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. น้ำยาย้อมผมชั่วคราว 2. น้ำยาย้อมผมกึ่งถาวร เช่น แชมพูสระปิดผมขาวที่ล้างสีออกได้ หลังการสระผม 4-12 ครั้ง และ 3. น้ำยาย้อมผมถาวร เป็นน้ำยาย้อมผมส่วนใหญ่ที่เราใช้ให้มีสีติดถาวร ถ้าเราย้อมสีผมบ่อยมากเท่าไร ก็มีโอกาสเกิดผื่นแพ้สัมผัส หรือผื่นแพ้อักเสบจากการระคายเคืองได้

ความสัมพันธ์ของน้ำยาย้อมผมกับการก่อมะเร็ง

งานวิจัยต่างประเทศเรื่องความสัมพันธ์ของน้ำยาย้อมผมชนิดถาวรกับการก่อมะเร็งบางชนิด ยังมีความขัดแย้งกันในแต่ละการศึกษา จึงทำให้ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า น้ำยาย้อมผมเป็นสาเหตุของการก่อมะเร็งจริงหรือไม่ โดยงานวิจัยที่น่าสนใจรายงานว่า การย้อมผมถาวร เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด Non-Hodgkin’s Lymphoma โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Follicular subtype และมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) บางชนิด แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง ความเสี่ยงนี้มักจะพบเฉพาะในรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้อยู่ก่อนแล้ว การย้อมผมชนิดถาวรและย้อมสีดำเข้ม เพิ่มโอกาสเสี่ยงมากกว่าการย้อมผมสีอ่อนๆ จำนวนครั้ง ความถี่ในการย้อมผม และระยะเวลาที่ย้อม

ส่วนมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่เคยมีรายงาน เช่น ช่างทำผมที่สัมผัสน้ำยาย้อมผมถาวรเป็นประจำ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น การย้อมสีผมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังมีจำกัด และบางงานวิจัยยังมีความขัดแย้งกัน ยกตัวอย่างไว้ข้างต้นคือ เคยมีรายงานว่าเกิดได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรค ทั้งยังไม่มีจำนวนครั้งและจำนวนปีในการย้อมชัดเจนที่ทำให้เกิดโรค ดังนั้นหากในอนาคตมีงานวิจัยเพิ่มเติม อาจได้ข้อสรุปมากขึ้น และชัดเจนขึ้นสำหรับประเด็นนี้

“พฤติกรรม” เสี่ยงมากกว่าการ “ย้อมสีผม”

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันของสาวๆ หลายๆ อย่างอาจจะเป็นตัวการก่อให้เกิดมะร็งมากกว่าการ “ย้อมสีผม” เสียอีก เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนั้นๆ อยู่เดิม พฤติกรรมความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่กับมะเร็งปอด การกินอาหารที่มีการเผาไหม้ของโปรตีน ที่เสี่ยงเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร สิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ แถมยังน่ากลัว และควรหลีกเลี่ยงมากกว่า

วิธีการย้อมสีผมอย่างปลอดภัย จากผลงานวิจัยที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ จึงแนะนำให้ทำตามนี้เพื่อความปลอดภัย

– ทิ้งสีย้อมผมตามระยะเวลาที่กำหนด

– สวมใส่ถุงมือขณะทำสีผม

– ล้างศีรษะด้วยน้ำสะอาดหลังจากทำสี

– อย่าผสมผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมที่แตกต่างกัน

– หลีกเลี่ยงปัญหาอื่นๆ เช่น ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสหรือแพ้สีย้อมผม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้สาวๆ กลัวจนเกินพอดี แต่ไม่ใช่ไม่กังวลเลย นอกเหนือจากนั้นเราควรยอมรับความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติบ้าง กินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้มีสุขภาพกายใจที่ดี ซึ่งอาจมีผลต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ สนใจอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “สุขภาพ” ได้ที่นี่

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1945675
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1945675