บัตรเครดิต ซิตี้ พรีเมียร์

วิตามินบี แบบไหนที่เหมาะกับร่างกาย

17 ก.ย. 2563 10:00 น.

เมื่อพูดถึงคำว่าวิตามินบี เราเชื่อว่าหลายคนอาจมีความสงสัยและคิดว่าทำไมเจ้าวิตามินตัวนี้มันมีสารพัดประเภทที่แยกออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 2 บี 3 บี 5 ดูเหมือนว่าชื่อแต่ละอันคงทำให้สาวๆ สับสนกันใช่ไหมคะ และอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเคยเจอคือ ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเหมาะกับวิตามินตัวไหน ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้ MIRROR ได้คุยกับทีมเภสัชกรของ บ.ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ เขาได้มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อว่าร่างกายแบบเราควรเลือกกินวิตามินตัวไหน เพื่อให้ได้ประโยชน์กับ Lady MIRROR อย่างเต็มที่ค่ะ

วิตามินบี 1 (Vitamin B1)

วิตามินบี 1 หรือ ไทอามีน (Thiamine) คือวิตามินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ พวกอาการเหน็บชา มือชา เท้าชา นอกจากนี้ยังช่วยในระบบเผาผลาญอาหารของสาวๆ ด้วยนะคะ ทำให้เรารู้สึกอยากกินอาหารมากยิ่งขึ้น แถมเจ้าวิตามินบี 1 ยังจำเป็นต่อสมอง และกล้ามเนื้อหัวใจของเราอีกด้วย และถ้า Lady MIRROR คนไหนรู้สึกว่าร่างกายอ่อนล้า เพลียง่าย แถมยังขี้หลงขี้ลืม จำอะไรไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าช่วงนี้กดไปที่ผิวของตัวเองแล้วเนื้อมันบุ๋มลงไป ไม่เด้งคืนตัวเหมือนเดิม ก็สามารถกินได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งปริมาณที่ร่างกายควรได้รับคือ วันละ 1.5 มิลลิกรัม ซึ่งสารอาหารนี้ยังมีอยู่ในข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ ไข่แดง ตับ ก็สามารถช่วยเสริมวิตามินบี 1 ได้เช่นกัน

วิตามินบี 2 (Vitamin B2)

วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน คือสิ่งที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม ผิวหนัง เล็บที่สวยงาม แถมช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีได้อีกด้วยนะ นอกจากนี้ยังช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง ซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงอาการปวดหัวไมเกรนบ่อย อาการอ่อนเพลียค่ะ และปริมาณควรได้รับวันละ 1.1 มิลลิกรัม และถ้าเป็นสตรีมีครรภ์ควรได้รับวันละ 1.4 มิลลิกรัมนะคะ ลองเริ่มจากอาหารที่ทานง่ายๆ อย่าง โยเกิร์ต ชีส ไข่ นม ปลา ตับ ก่อนได้เลยค่ะ

วิตามินบี 3 (Vitamin B3)

วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน (Niacin) เป็นวิตามินที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดเรา นอกจากนี้ยังช่วยในการไหลเวียนของระบบเลือดภายในร่างกายของเราด้วยนะคะ ที่สำคัญยังเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของระบบย่อยอาหารเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องเสียบ่อยๆ ไม่ว่ากินอะไรก็ท้องเสียอยู่ตลอด หรือรู้สึกว่าเบื่ออาหารกินอะไรก็เหมือนอาหารไม่ค่อยย่อย คลื่นไส้อาเจียนอยู่บ่อยครั้ง หรือถ้าเวลาโดนแดดแล้วผิวเป็นผื่นดำขึ้นมา แบบนี้ต้องรีบกินวิตามินบี 3 แล้วนะคะ ซึ่งปริมาณที่ควรกินในแต่ละวันคือ 19 มิลลิกรัม และยังสามารถกินอาหารอย่างเนื้อไม่ติดมัน หรือเนื้อสัตว์ขาว เช่น ปลา ไก่ ก็ได้นะคะ แต่ถ้าใครชอบกินผลไม้ แนะนำอะโวคาโด ลูกพรุน และอินทผลัม จะดีต่อร่างกายเราอย่างมากค่ะ

วิตามินบี 5 (Vitamin B5)

วิตามินบี 5 (Vitamin B5) หรือกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย แถมยังช่วยเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลในอาหารที่เรากินเข้าไปให้เป็นพลังงานอีกด้วย ซึ่งเจ้าวิตามินบี 5 ทั้งร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์มันขึ้นได้ด้วยตัวเองอีกด้วย สำหรับใครคนที่รู้สึกเบื่ออาหาร นอนไม่ค่อยหลับ อ่อนเพลีย หรือแม้กระทั่งคนที่รู้สึกว่ามีอาการซึมเศร้าค่ะ ก็ควรหาวิตามินบี 5 มากินนะคะ ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวันคือ 4-7 มิลลิกรัมค่ะ ซึ่งใครไม่อยากกินวิตามินก็สามารถกิน ไข่แดง ถั่วต่างๆ จมูกข้าวสาลี น้ำตาลไม่ขัดสี ตับ ไต หัวใจ ทดแทนการกินอาหารเสริมได้นะคะ

วิตามินบี 6 (Vitamin B6)

วิตามินบี 6 ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างเนื้อเยื่อและการเจริญเติบโต และยังช่วยเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต ให้กลายเป็นพลังงาน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง (ฮีโมโกลบิน) บำรุงผิวหนังให้ดูอ่อนนุ่มอีกด้วยนะคะ โดยเฉพาะคนที่ปวดมดลูกก่อนมีประจำเดือน หงุดหงิดตลอดเวลา และรู้สึกช่วงนั้นจะตัวบวมเป็นพิเศษ วิตามินบี 6 สามารถช่วยได้ ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับคือวันละ 2 มิลลิกรัม และเลือกกินอาหารอย่างปลาแซลมอน ปลาทูน่า อะโวคาโด ก็ช่วยทดแทนได้เช่นกัน

วิตามินบี 7 (Vitamin B7)

วิตามินบี 7 หรือไบโอติน (Biotin) ตัวการที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ซึ่ง Lady MIRROR หลายคนอาจคุ้นชื่อไบโอตินกันอยู่แล้ว แต่นอกจากจะช่วยบำรุงผมแล้ว แถมยังมีส่วนช่วยในการผลิตกรดไขมันเพื่อป้องกัน เส้นผมปราะบางขาดหลุดร่วงง่าย และผมหงอกก่อนวัยด้วยนะคะ และยังช่วยผลิตฮอร์โมนเพศในช่วงที่เรายังเป็นวัยรุ่นกันอีกด้วย มันยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยนะคะ หรือใครที่มีผิวแห้งแตก ก็สามารถกินวิตามินบี 7 ได้เหมือนกันนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปมันจะช่วยผลิตกรดไขมันขึ้นมา เพื่อดูแลสุขภาพผมและผิวหนังของเรานั่นเอง ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับคือวันละ 30-100 ไมโครกรัม แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 7 สูงคือ เต้าหู้แข็ง ตับ นม ถั่วอัลมอนด์ ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน และผลไม้อย่างอะโวคาโด และกล้วยค่ะ

วิตามินบี 12 (Vitamin B12)

วิตามินบี 12 หรือ ไซยาโนโคบาลามิน (Cyanocobalamin) มีส่วนช่วยในเรื่องระบบการทำงานของประสาทและสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยสร้างกรดอะมิโนเมทไธโอนีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็น ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ซึ่งกรดอันนี้มันสามารถช่วยย่อยสลายไขมันให้สาวๆ ได้นะคะ ถ้า Lady MIRROR คนไหนที่รู้สึกเครียด ไม่มีสมาธิจะทำอะไร รู้สึกว่าตึงบริเวณกล้ามเนื้อ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ และนอนเท่าไรก็ไม่พอ ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับคือวันละ 1-2 ไมโครกรัม สำหรับวิตามินบี 12 จะอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และอาหารทะเล แต่แหล่งที่มีวิตามินบี 12 เยอะ คือ สัตว์จำพวกหอยไม่ว่าจะเป็น หอยตลับ หอยนางรม หรือหอยแมลงภู่ค่ะ.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1931180
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1931180

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต