เช็คลิสต์สัญญาณ “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

26 ส.ค. 2563 19:14 น.

“มะเร็งกระเพาะอาหาร” หรือ Stomach Cancer เป็นโรคร้ายที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของ “มะเร็ง” ที่คนไทยเป็นมากที่สุด Lady MIRROR คนไหนยังไม่สนใจเรื่อง “สุขภาพ” ของตัวเอง แนะนำให้รีบหันมาดูแลตัวเองค่ะ เพราะทุกวันนี้โรคภัยอยู่ใกล้ตัวเรามากๆ และมันจ้องจะทำร้ายคุณอยู่ตลอดเวลา หากคุณยังปล่อยปละละเลย ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยยังคงใช้ร่างกายแบบหนักๆ ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลอาหารการกิน จะยิ่งทำให้เราเกิดโรคภัยต่างๆ ได้ง่ายขึ้น วันนี้ MIRROR จึงมีเรื่องราวและข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” มาฝากทุกคน เอาเป็นว่าสละเวลาอ่านและแชร์ไปสักครู่ เพราะเรื่องนี้ไม่ไกลตัวคุณสาวๆ แน่นอน

รู้ลึก “มะเร็งกระเพาะอาหาร” โรคร้ายใกล้ตัว

“มะเร็งกระเพาะอาหาร” อันดับ 3 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก

สาวๆ รู้หรือไม่ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก หรือ GLOBOCAN ในปี 2018 ระบุไว้ว่า “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วโลก และยังมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 5 ของโรคมะเร็งทั้งหมดอีกด้วย

“อาการ” เริ่มต้นของ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ที่คุณไม่รู้ตัว!

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรค “มะเร็งกระเพาะอาหาร” คือ อาการในระยะแรกเริ่ม ซึ่งจะดูเป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ และไม่รุนแรง เช่น ท้องอืด เรอบ่อย แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร เป็นต้น และเมื่อระยะของโรคมีการพัฒนามากขึ้น อาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง โดยเฉพาะช่องท้องบริเวณส่วนบนและตรงกลาง มีเลือดปนอุจจาระ อาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรืออาจมีลักษณะคล้ายกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไวรัสลงกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้มองข้ามสัญญาณเตือนเหล่านี้ไป ด้วยเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคอื่น

ลักษณะของ “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

“มะเร็งกระเพาะอาหาร” มีหลายลักษณะ ทั้งเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นในเยื่อบุกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหาร และมะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือมะเร็งจิสต์ (GIST) โดยมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป

สาเหตุของ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” 

ด้วยลักษณะที่หลากหลายของ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” จึงทำให้สาเหตุ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” จึงแตกต่างกันออกไป ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียเอช.ไพโลไร (H. Pylori) ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น การอักเสบของกระเพาะอาหารเรื้อรัง จากการกินอาหารบางชนิดที่ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารรมควัน อาหารรสเค็ม หรืออาหารหมักดอง การสูบบุหรี่จัด หรือดื่มแอลกอฮอลล์เป็นประจำ พันธุกรรม รวมไปถึงผู้ที่เคยเป็นโรคมะเร็งที่ส่วนอื่นของร่างกายมาก่อน

กลุ่มเสี่ยง “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

นอกจากปัจจัยข้างต้นต่างๆ ที่กล่าวมา ยังมีลักษะทางกายภาพอื่นๆ ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็น “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ที่ควรระวังและหมั่นตรวจสอบร่างกาย ได้แก่ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยโรคนี้พบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า พบในชาวเอเชียมากกว่าชนชาติอื่นๆ และพบในผู้ที่มีกรุ๊ปเลือดเอ มากกว่ากรุ๊ปอื่น ผู้ที่มีประวัติเคยผ่าตัดกระเพาะอาหารมานานกว่า 20 ปี และผู้เป็นโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง (Pernicious Anemia) 

โรคอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร

อาการท้องอืด เรอบ่อย แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ หรือไม่อยากอาหาร อาการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะไม่จำเพาะเจาะจงกับ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” เสมอไป ยังมีโรคอื่นๆ ที่พบได้บ่อยกว่ามะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน เป็นต้น

ตรวจหา “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหาร จะเริ่มจากการซักประวัติและการตรวจร่างกาย บางรายต้องอาศัยอาการหลายๆ อาการประกอบกัน บางรายต้องมีความต่อเนื่องในการรักษาติดตาม จึงจะทราบว่าเป็น “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ดังนั้นการเปลี่ยนสถานพยาบาลไปเรื่อยๆ เมื่ออาการไม่ดีขึ้น อาจส่งผลให้การวินิจฉัยล่าช้า เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยรายไหนอาจเป็นมะเร็ง จะมีวิธีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ การกลืนแป้งสารทึบแสง โดยให้ผู้ป่วยกลืนน้ำที่ผสมด้วยสารทึบแสงคล้ายแป้ง ซึ่งจะไปเคลือบหลอดอาหาร และลำไส้เล็ก ประกอบกับการถ่ายภาพเอกซเรย์เป็นระยะๆ เพื่อให้สามารถมองเห็นก้อนเนื้อหรือความผิดปกติอื่นๆ ได้ แต่วิธีการนี้อาจไม่เป็นที่นิยมนักเพราะไม่สามารถมองเห็นรอยโรคได้โดยตรง แต่มักจะใช้ตรวจดูการบีบตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร มากกว่าการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนต้น เพื่อทำการตรวจประเมินรอยโรคภายในกระเพาะอาหาร วิธีการส่องกล้องนี้เป็นที่นิยมมากว่า นอกจากจะเห็นรอยโรคได้โดยตรงแล้ว ยังสามารถตัดตัวอย่างเนื้อเยื่อมาพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในกระเพาะอาหาร และสามารถฉีดยาเพื่อห้ามเลือดได้ในขณะที่มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร การส่องกล้องติดอัลตราซาวนด์ เพื่อให้ทราบความลึกของมะเร็ง หรือการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะใกล้เคียง การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือการทำ CT scan เพื่อให้แพทย์สามารถเห็นตำแหน่งของโรค และการกระจายของโรคได้อย่างละเอียด เพื่อประเมินระยะและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วิธีการรักษา “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ธัชธรรม์ สุขสมบูรณ์เจริญ หน่วยโรคมะเร็ง ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายถึงแนวทางการรักษามะเร็งชนิดนี้ว่า การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทีมแพทย์ในสาขาต่างๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง เพื่อวางแผนการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพ และเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะประเมินวิธีการรักษาจากหลายปัจจัย เช่น ขนาด ตำแหน่ง ลักษณะของเซลล์มะเร็ง ระยะของโรคและการกระจายของเซลล์มะเร็ง รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยไม่มีข้อจำกัดทางโรคประจำตัวหรือโรคร่วมที่มากเกินไป หากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก ควรประเมินถึงการผ่าตัดออกทั้งหมด และในบางรายอาจจะมีการรักษาเสริม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสริมด้วยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) อย่างเดียว หรือเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสีรักษา (Radiotherapy) แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

รักษา “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดต่อสู้เซลล์มะเร็ง

ทั้งนี้ การรักษาเสริมเหล่านี้ เพื่อลดอุบัติการณ์การกลับมาเป็นซ้ำของโรค หากเป็นระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้ หรือระยะแพร่กระจาย และยังมีสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี การรักษามะเร็งระยะนี้สามารถใช้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) โดยอาจให้ร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) หรือยายับยั้งการสร้างหลอดเลือด (Anti-angiogenesis) รวมถึงการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ซึ่งเป็นการใช้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง เพื่อยับยั้งระบบควบคุมและสั่งการให้มีการทำลายเซลล์แปลกปลอม หรือหยุดการทำลายเซลล์ของร่างกาย เพราะบางกรณีเซลล์มะเร็งจะอาศัยระบบนี้ในการซ่อนตัวจากการถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยากลุ่มนี้จึงได้รับการพัฒนาขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันตรวจจับเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลข้างเคียงได้มากขึ้นอีกด้วย

วิธีการป้องกัน “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิด “มะเร็งกระเพาะอาหาร” จึงทำให้ยังไม่สามารถหาแนวทางป้องกันที่เป็นรูปธรรมได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยน “พฤติกรรม” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยลดโอกาสและความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายนี้ได้ นั่นคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มเส้นใยอาหารและวิตามินให้กับร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมักดอง อาหารรมควัน อาหารปิ้งย่าง และอาหารที่มีรสเค็ม เพราะอาหารดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และทำให้เกิดมะเร็งได้ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และสำหรับเพศชายที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยการส่องกล้อง เพราะ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น

สาวๆ ได้ยินได้ฟังข้อมูลแล้ว เริ่มรู้สึกถึงความน่ากลัวของโรคภัยรึยังคะ มาค่ะ…เราลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเรากันเถอะ ออกกำลังกายวันละนิดมั้ยคะ ผอมด้วย สวยด้วย กับ 4 ท่า “ลดพุง” แก้ “ขาใหญ่” ภายใน 1 เดือน ติดตามอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ “สุขภาพ” สนุกๆ ได้ที่นี่.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1917639
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1917639