“มะเร็งรังไข่” ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องรู้!

3 ก.ค. 2563 10:14 น.

“มะเร็งรังไข่” หรือ “Ovarian Cancer” โรคร้ายที่เกิดขึ้นได้กับ “ผู้หญิง” ทุกคน และโรคมะเร็งรังไข่ยังถือเป็นภัยเงียบนี้ที่ไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกอีกด้วย วันนี้ MIRROR จึงอยากพาทุกคนไปรู้จัก “มะเร็งรังไข่” หนึ่งในโรคมะเร็งที่ผู้หญิงต้องเผชิญ แถมยังติดอันดับมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีอันดับ 2 รองลงมาจากมะเร็งปากมดลูกด้วย ทั้งนี้จากรายงานพบว่า 17% ของมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิง พบมากที่สุดคือ “มะเร็งปากมดลูก” แต่กลับพบว่า “มะเร็งรังไข่” ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้มากที่สุด เนื่องจากมักเจอมะเร็งรังไข่ในระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว เห็นมั้ยคะ…เรื่องไม่ไกลตัวแบบนี้ สาวๆ ควรรู้ข้อมูลและตระหนักไว้บ้างนะคะ เพราะเรื่องราวของ “สุขภาพ” ถ้าเราสามารถป้องกันได้ ย่อมดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอน ไปดูรายละเอียดพร้อมๆ กันค่ะ 

รู้จัก “มะเร็งรังไข่” ภัยร้ายที่ผู้หญิงต้องรู้

มะเร็ง & รังไข่ คือ

เราขอแยกคำว่า “มะเร็งรังไข่” ออกจากกัน โดย “มะเร็ง” นั้นคือโรคที่เกิดจากการผิดปกติของเซลล์ที่แบ่งตัวต่อเนื่องโดยไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ “รังไข่” คือ อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง อยู่ภายในอุ้งเชิงกรานสองข้างของมดลูก มีหน้าที่ผลิตไข่ (Egg/Ovum) สําหรับใช้ในการสืบพันธุ์ ไข่ที่ถูกผลิตมาจะเดินทางจากรังไข่ผ่านท่อนําไข่ไปที่มดลูก เพื่อที่จะเกิดการปฏิสนธิและเติบต่อเป็นตัวอ่อนต่อไป 

“มะเร็งรังไข่” คือ

“มะเร็งรังไข่” คือ มะเร็งที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเนื้อเยื่อบริเวณรังไข่ (Ovary) หรือท่อนําไข่ (Fallopian Tube) ทําให้รังไข่มีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมีการแพร่กระจาย ซึ่งมักกระจายไปตามเยื่อบุช่องท้องหรือเข้าสู่กระแสเลือดหรือทางเดินนํ้าเหลือง จนไปปรากฏยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น อุ้งเชิงกราน ปอดหรือตับ เรียกมะเร็งรังไข่ระยะนี้ว่า “ระยะแพร่กระจาย”

สถิติ “มะเร็งรังไข่” ที่ผู้หญิงต้องรู้!!

ในประเทศไทย “มะเร็งรังไข่” เป็นมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีพบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นอันดับ 6 ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในหญิงไทย ซึ่งอุบัติการณ์ของมะเร็งรังไข่ 5.2 ต่อประชากรสตรี 100,000 คนต่อปี ช่วงชีวิตของสตรีที่ไม่มีประวัติของมะเร็งรังไข่ในครอบครัว จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ร้อยละ 1.4 หรือ 1 ในสตรี 70 คน และโอกาสนี้จะสูงขึ้นถ้ามีประวัติมะเร็งรังไข่ในครอบครัว

พบ “มะเร็งรังไข่” กับ “ผู้หญิง” ทุกวัย

“มะเร็งรังไข่” พบได้ใน “ผู้หญิง” ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งชนิดและอุบัติการณ์ของมะเร็งแตกต่างกันไปตามอายุ โดยในเด็กและสตรีที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 60 จะเป็นเนื้องอกรังไข่ชนิดเจอร์มเซลล์ และพบมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิวร้อยละ 85 ของมะเร็งรังไข่ทั้งหมด ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุด แต่มะเร็งชนิดนี้จะพบน้อยในวัยรุ่น แต่อุบัติการณ์จะสูงขึ้นตามอายุ โดยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุ 40 ปี และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงอายุ 55 ปี หลังจากนั้นจะลดลง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในการเกิด “มะเร็งรังไข่”

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งรังไข่ แต่มีผลงานวิจัยที่พบปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคนี้ โดยผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด “มะเร็งรังไข่” คือ ผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ยังไม่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี คลอดบุตรคนแรกหลังจากอายุ 30 ปีแล้ว หรือหมดประจำเดือนช้ากว่าอายุ 55 ปี ที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ลำไส้ใหญ่ หรือเต้านม และมีประวัติญาติพี่น้องในครอบครัวเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะมารดา พี่สาว น้องสาว หรือลูกสาว มีประวัติสุขภาพเคยเป็นมะเร็งรังไข่ แต่อย่างไรก็ตามสาวๆ ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดนาน 5 ปี สามารถลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ลงได้ครึ่งหนึ่ง และหญิงที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกโดยเหลือรังไข่ไว้ หรือได้เอสโตรเจนในวัยหมดระดู ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่

อาการ “มะเร็งรังไข่”

สำหรับ “มะเร็งรังไข่” ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการของโรค แต่ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์บ่อยที่สุด จะมีอาการดังนี้ รู้สึกอึดอัดในช่องท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องผูกแน่นเฟ้อ หรือปวดท้อง บางครั้งก็รู้สึกอิ่มจนอึดอัดถึงแม้รับประทานอาหารอ่อนๆ ก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่โรคยังเป็นไม่มาก อาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ส่วนอาการท้องโตอืดขึ้น เนื่องจากในท้องมีน้ำหรือมีก้อนเนื้องอกใหญ่ แน่นอึดอัดในท้อง ปวดท้อง ซึ่งเป็นอาการของโรคที่ได้แพร่กระจายไปในช่องท้องมากแล้ว ดังนั้นผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีอาการดังกล่าว และได้รับการรักษาด้วยยาโรคกระเพาะอาหารแล้วไม่ดีขึ้น ควรต้องนึกถึงโรคมะเร็งรังไข่ไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักตัวลด การปวดท้องเฉียบพลัน อาการบิดขั้ว ก้อนแตกหรือเลือดออกผิดปกติจากช่องท้อง รวมไปถึงเลือดออกในช่องคลอดอีก บางรายอาจไม่มีอาการ ซึ่งอาจตรวจพบจากการตรวจภายใน หรือการตรวจร่างกายทั่วไป

วิธีการรักษา “มะเร็งรังไข่”

การรักษาโรค “มะเร็งรังไข่” ขึ้นอยู่กับหลายประการรวมถึงชนิดของมะเร็งรังไข่ ตำแหน่ง ที่อยู่ ความรุนแรงของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย รวมถึงระยะของการดำเนินของโรค ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับผู้ป่วยแต่ละราย สำหรับแนวทางการรักษาโรคมะเร็งรังไข่ ได้แก่

1. การผ่าตัด หากแพทย์วินิจฉัยว่า เซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตในรังไข่ยังมีขนาดไม่ใหญ่และยังไม่มีการลุกลามมาก แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อนำเอาก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ ออก หรืออาจผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงออกด้วย

2. การใช้เคมีบำบัด เป็นการใช้ยาในการฆ่าเซลล์มะเร็ง เคมีบำบัดมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น การใช้ยาเม็ด ยาฉีด หรือฉีดผ่านสายเข้าร่างกาย เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดแล้วจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และฆ่าเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ส่งผลฆ่าเซลล์ร่างกายที่ดีด้วยเช่นกัน

3. การใช้รังสีรักษา เป็นการใช้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง และทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง การใช้รังสีนั้นอาจเป็นการฉายรังสีจากภายนอกร่างกาย และฉายตรงเข้าสู่ร่างกาย

และนี่คือเรื่องราวของ “มะเร็งรังไข่” ภัยเงียบที่สาวๆ ต้องรู้ และหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย พร้อมๆ กับการตรวจสุขภาพและตรวจภายในหรือทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจเช็กความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายเราด้วย

อ่านบทความเกี่ยวกับ “สุขภาพ” เพิ่มเติมได้ ที่นี่

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1880173
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1880173