เช็กแคลอรี “ผลไม้” กินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน?

27 พ.ค. 2563 13:41 น.

กิน “ผลไม้” Lady MIRROR ว่าอ้วนหรือไม่? หลายคนยังถกเถียงกันไม่รู้จบ แต่สาวๆ รู้หรือไม่ ผลไม้ก็อ้วนได้ ถ้าคุณรับประทานเกินพอดี โดยเฉพาะกับผลไม้หน้าร้อนแบบนี้ อย่าง เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง รวมไปถึงมะม่วงด้วย ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแต่มีความหวานในตัวทั้งสิ้น คือถ้าได้รับประทานแบบสดๆ ใหม่ๆ มาจากสวนด้วย ยิ่งทำให้สาวๆ ยั้งใจยั้งปากไม่อยู่แน่นอน เผลออีกที… “ความอ้วน” มาเยือนแล้วจ้า ทีนี้จะทำอย่างไรดี เมื่อชอบกินทุเรียน แต่จะกินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน มาค่ะ…อันดับแรกเรามาเช็ก “แคลอรี” กันก่อนดีกว่า ว่าผลไม้แต่ละชนิดที่กล่าวมานั้นให้พลังงานมากน้อยแค่ไหน? แล้วมีวิธีการกินอย่างไรเพื่อไม่ให้อ้วน?

เช็ก “แคลอรี” 5 “ผลไม้” ที่สาวๆ โปรดปราน

“ทุเรียน” พาเพลิน 1 เม็ด = ข้าว 1 ทัพพี กินอย่างไรไม่ให้อ้วน?

“ผลไม้” อย่าง “ทุเรียน” เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ฉายานี้คาดว่าน่าจะมาจากรูปร่างที่น่ากลัวและกลิ่นที่รุนแรงของทุเรียน หรืออาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผลที่เป็นหนามคล้ายมงกุฎของพระราชา  และเนื้อในที่มีรสชาติอร่อยจนยากจะหาผลไม้อื่นมาเทียบเคียง

“ทุเรียน” เป็น “ผลไม้” ที่มีน้ำตาลสูง วิตามินซี โพแทสเซียม กรดอะมิโนซีโรโทเนอร์จิก ทริปโตเฟน และยังเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันอย่างดี จึงถือว่าทุเรียนเป็นแหล่งไขมันสดที่ดี ในอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนหลายๆ ชนิด ทั้งนี้ในทุเรียนจะมีค่าดัชนีน้ำตาลที่สูง หรือเป็นอาหารที่มีไขมันมาก จึงมีการแนะนำให้บริโภคทุเรียนแต่น้อย และทุเรียนยังอุดมไปด้วยกำมะถันและไขมัน ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะหากกินเข้าไป นอกจากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังทำให้ร้อนใน และรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวอีกด้วย 

โดย “ทุเรียน” 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง 165-185 แคลอรี โดยข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า ทุเรียน 1 เม็ดใหญ่ ให้พลังงานเท่ากับข้าวสวย 1 ทัพพี ถ้ากินเป็นลูกแบบผู้เขียน ฮ่าๆ จะได้รับพลังงานสูงเกินกว่า 600 แคลอรีแน่นอน (ที่เขียนไม่ใช่อะไร ดิฉันรู้สึกได้ว่าน้ำหนักขึ้น พุงมาเลยรีบหาข้อมูลดีๆ มาฝากตัวเองและเพื่อนๆ ด้วย) ดังนั้นห้าม!!! กินเกิน 100 กรัมต่อครั้ง และอย่ากินติดต่อกันทุกวัน ไม่งั้นจะทำให้ร้อนใน ป่วยง่าย แถมอ้วนด้วยจ้า 

“มังคุด” สวย หวาน หอม ดั่งราชินี

เมื่อ “ทุเรียน” คือราชาแห่งผลไม้ “มังคุด” จึงได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งผลไม้” อาจเป็นเพราะด้วยลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของราชินี ส่วนเนื้อในก็มีสีขาวสะอาด มีรสชาติที่แสนหวานและอร่อยอย่างยากที่จะหาผลไม้อื่นมาเทียบได้เช่นกัน จึงทำให้ผลไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเอเชีย 

ทั้งนี้ “มังคุด” ถือเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสาวๆ เป็นอย่างมาก แนะนำว่าให้ทุกคนต้องรับประทาน โดยในมังคุดจะมีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และป้องกันการเกิดริ้วรอย และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย นอกจากนี้ยังเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยเนื้อมังคุดนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโพแทสเซียม โปรตีน สารเยื่อใย วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และแมกนีเซียม จากการตรวจวิเคราะห์ น้ำมังคุด 100 มิลลิลิตรนั้นประกอบด้วยโพแทสเซียมปริมาณสูงถึง 87.14 มิลลิกรัม แคลเซียม 34.53 มิลลิกรัม และแมกนีเซียมถึง 111.22 มิลลิกรัม

โดย “มังคุด” เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น มักทานคู่กับ “ทุเรียน” เพื่อป้องกันอาการร้อนใน ทั้งนี้มังคุด 100 กรัม หรือ 4 ผลขนาดกลาง ให้พลังงาน 82 แคลอรี แต่ถ้าสาวๆ เผลอทาน 10-12 ผล ก็จะได้พลังงานสูงถึง 246 แคลอรีเลยทีเดียว

“เงาะ” กรอบล่อน แคลอรีต่ำ

ด้วยรสชาติที่หวาน เนื้อกรอบ ล่อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ “ผลไม้” อย่าง “เงาะ” ที่เป็นไม้ผลเมืองร้อนขนาดกลางในวงศ์ Sapindaceae สาวๆ รู้หรือไม่ ผลไม้พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย ที่มีรสหวานและอมเปรี้ยวนี้ เมื่อรับประทานเข้าไปสามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรงได้อย่างดี ทั้งยังเป็นยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการอักเสบในช่องปาก และโรคบิดท้องร่วง 

เงาะ เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารครบถ้วน อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม แทนนิน วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 และมีวิตามินซีสูงอีกด้วย จากสารอาหารดังกล่าวจะเห็นว่า เงาะนั้นเหมาะสำหรับผู้หญิงเป็นอย่างมาก เพราะมีสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย แนะนำให้กินเลยจ้า ผลไม้รสหวานที่แคลอรีน้อยกว่ามังคุด ในเงาะ 100 กรัม หรือประมาณ 4-6 ลูก ให้พลังงาน 67 แคลอรีเองจ้า ทานได้นะคะ สามารถทานได้ทุกวันด้วย แต่ทานแค่พอประมาณจ้า สำคัญคือต้องทานผลไม้สดใหม่เสมอนะคะ

“ลองกอง” ผลไม้ที่คุณค่าทางโภชนาการเพียบ

โอ้วเพิ่งจะรู้ว่า… “ผลไม้” อย่าง “ลองกอง” เป็นลางสาดพันธุ์หนึ่งชนิดที่เปลือกหนาและยางน้อย โดยลางสาดเป็นไม้ต้นชนิด Lansium Domesticum Corrêa ในวงศ์ Meliaceae ผลกลมๆ ออกเป็นพวง มีรสชาติหวาน แต่เม็ดในขม มีถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณหมู่เกาะมลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และภาคใต้ของไทย

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลองกอง ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 66 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร น้ำ วิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส ประโยชน์มากมายเลยทีเดียวเห็นมั้ยคะ แถมแคลอรีต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม อย่าทานมากเกินไปนะคะ

“มะม่วง” อร่อยครบรส ผลไม้ประจำชาติอินเดีย

“มะม่วง” ผลไม้หน้าร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย และยังเป็นผลไม้ประจำชาติของอินเดียด้วย จากความแตกต่างกันถึง 49 สายพันธุ์ กินอย่างไรให้ครบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ด้วยรสชาติ ความพิเศษของมะม่วง ทำให้เจ้าผลไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งเมื่อยังดิบ รสชาติก็แตกต่างกันออกไป ครั้นเมื่อสุก ก็ให้รสชาติอร่อยเฉพาะตามแต่ละสายพันธุ์อีกด้วย แถมคุณค่าทางโภชนาการก็มีมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล ใยอาหาร ไขมัน โปรตีน วิตามินเอ บีตา-แคโรทีน ไทอามีน (บี1) ไรโบเฟลวิน (บี2) ไนอาซิน (บี3) กรดแพนโทเทนิก (บี5) วิตามินบี 6 โฟเลต (บี9) วิตามินซี และแร่ธาตุอย่างแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และสังกะสี

โดยมะม่วง 100 กรัม ให้พลังงาน 60 แคลอรี แต่ถ้าเป็นแบบสุกก็จะให้พลังงานถึง 80-90 แคลอรี แต่ก็มีประโยชน์มากมาย เช่น มีฤทธิ์เป็นยาระบายและช่วยระบบขับถ่ายด้วย แต่ๆๆ ถ้าสาวคนไหนที่ชอบทานข้าวเหนียวมะม่วงล่ะก็ ทานได้อยู่เหมือนกันนะคะ แต่อย่าทานบ่อย เพราะมะม่วง 1 ลูก บวกกับข้าวเหนียวมูน 1 ขีด ให้พลังงานสูงถึง 440 แคลอรีเลยจ้า. 

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1853768
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1853768