แกะซองไขความลับแห่งความกระจ่างใสใน “สมูทโตะ เจแปน”

สมูทโตะ เจแปน ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่างสูงในฐานะของผู้ผลิตครีมซองรายแรกที่เข้าสู่ตลาดเซเว่นอย่างเป็นทางการ พร้อมกับกลายเป็น #ของดีในเซเว่น ที่หลายคนหยิบใช้เป็นประจำ เพราะครีมซองสมูทโตะ เจแปนถูกบอกต่อแบบปากต่อปากว่าใช้แล้วดีจริง เนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวคนเอเชียและสภาพอากาศเมืองไทย ที่สำคัญราคาจับต้องได้เป็น #ของถูกและดี ที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด

สูตรลับความสำเร็จของครีมซองสัญชาติไทยสไตล์ญี่ปุ่น “สมูทโตะ เจแปน”

ไฮไลท์ที่ทำให้ สมูทโตะ เจแปน เป็นครีมซองที่ประสบความสำเร็จคือเรื่องของสารสกัดที่ถูกหยิบยกมาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น “สารสกัดจากธรรมชาติระดับตัวท้อป” ที่คัดสรรโดยเจ้าของแบรนด์ซึ่งนำความรู้จากประสบการณ์ในฐานะเภสัชกรมาค้นคว้าพัฒนาต่อในห้องแลปจนเกิดเป็นสูตรลัดสำหรับผิวที่อุดมไปด้วยส่วนผสมที่ดีต่อผิวบวกรวมกับนวัตกรรมการผลิต เครื่องจักรที่ทันสมัย โรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP จนกลายมาเป็นผลตภัณฑ์กว่า 20 ตัวด้วยกัน

3 ครีมซองตัวเด่นที่ปังที่สุดใน “สมูทโตะ เจแปน”

ท่ามกลางความหลากหลายที่ครบเครื่องของ สมูทโตะ เจแปน นี่คือ 3 ตัวเด่นที่ขึ้นแท่นขายดีตลอดกาล ดังนั้นใครที่กำลังจะเริ่มต้นใช้ สมูทโตะ เจแปน นี่คือตัวเด็ดที่เราอยากบอกต่อ

Smooto Aloe-E Snail Bright Gel Smooto Aloe-E Snail Bright Gel

1. Smooto Aloe-E Snail Bright Gel (สมูทโตะ อโล-อี สเนล ไบรท์เจล)

ตัวนี้ถือเป็นทีเด็ดที่ขึ้นแท่นเป็นลูกรักของทุกคนที่เคยใช้ เพราะเป็น “เจลว่านหางจระเข้” เข้มข้น 99.5% ผสมวิตามินอี และสารสกัดเมือกหอยทากจากธรรมชาติที่จะช่วยกู้ผิวเสียให้กลับมาดูใส ช่วยลดรอยดำ รอยสิว เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น หน้าไม่โทรม แถมยังเหมาะกับทุกสภาพผิว ที่สำคัญด้วยความที่เป็นเนื้อเจลทำให้เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะ ซึมเร็ว และยังช่วยกระตุ้นให้ผิวรู้สึกสดชื่น

จากการเก็บข้อมูลผ่านประสบการณ์คนใช้จริงพบว่า สมูทโตะ อโล-อี สเนล ไบรท์เจล ถูกหยิบไปใช้เป็นทางลัดผิวสวยได้มากถึง 10 วิธี

  • พอกหน้าหลังทําทรีทเม้นท์หรือเลเซอร์
  • ทาบำรุงผิวกายสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • พอกหน้าก่อนนอน
  • ใช้ทาผิวหลังออกแดด
  • ลดเลือนรอยแผลเป็นและรอยสิวด้วยการทาบางๆ เป็นประจำทุกวัน
  • ใช้สำหรับบํารุงมือและเล็บ
  • แปะใส่สําลีแล้วโปะใต้ตาเพื่อลดความอิดโรยรอบดวงตาจากการอดนอน
  • ทารอยแผลเป็นเรียบ แผลเป็นนูน
  • ทาก่อนแต่งหน้าเพื่อช่วยให้เมคอัพติดทน
  • ทาข้อศอก ส้นเท้า และหัวเข่า

Smooto Tomato Collagen White SerumSmooto Tomato Collagen White Serum

2. Smooto Tomato Collagen White Serum (สมูทโตะ โทเมโท คอลลาเจน ไวท์เซรั่ม)

ขอเทคะแนนเต็มสิบให้ #ครีมซองสมูทโตะ อันนี้ ด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมียมแต่ราคาหลักสิบเท่านั้น เพราะ สมูทโตะ โทเมโท คอลลาเจน ไวท์เซรั่ม 1 ซอง ให้คุณสมบัติเทียบเท่ากับมะเขือเทศเข้มข้น 10 ลูก จึงช่วยฟื้นบํารุงผิวที่คลํ้าเสียสะสม เปลี่ยนผิวขาดการบํารุงให้แลดูกระจ่างใส อมชมพูเป็นธรรมชาติ  พร้อมผสานคุณค่าของ อาร์บูติน คอลลาเจน กลูต้าไธโอน ส่งผลให้เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผิวจะดูเปล่งปลั่ง มีออร่า สุขภาพดี

วิธีใช้: หลังล้างหน้า ทาเซรั่มให้ทั่วใบหน้า แล้วตามด้วยครีม ควรทาเป็นประจําทุกเช้า-เย็น

Smooto Tomato Collagen BB&CC Cream Smooto Tomato Collagen BB&CC Cream

3. Smooto Tomato Collagen BB&CC Cream (สมูทโตะ โทเมโท่ คอลลาเจน บีบี แอนด์ ซีซี ครีม)

สำหรับสายเมคอัพตัวนี้เรียกเสียงกรี้ดได้แบบดังเปรี้ยงปร้าง เพราะเป็น บีบี แอนด์ ซีซี ครีม สูตรใหม่จากประเทศที่มาพร้อมกับเนื้อครีมชนิดพิเศษซึ่งจะแตกตัวเป็นหยดน้ำแล้วซึมลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว เกลี่ยง่าย และช่วยให้ผิวเนียนขึ้น พร้อมกับดูสว่างใสกว่าเดิม

ส่วนประกอบหลักของ สมูทโตะ โทเมโท่ คอลลาเจน บีบี แอนด์ ซีซี ครีม คือสารสกัดจากมะเขือเทศ, กลูต้าไธโอน, คอลลาเจน  และอาร์บูติน ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส นุ่มชุ่มชื้น รูขุมขนดูตื้นขึ้น แถมยังมีสารกันแดด SPF30 ทำให้กันน้ำกันเหงื่อ เรียกว่าครบถ้วนทุกความต้องการของผิวคนไทยที่ต้องเผชิญกับแดดร้อนจัดตลอดทั้งวัน

ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่ได้ลองใช้ สิ่งที่ทำให้ต้องกดเลิฟแบบรัวๆ นอกเหนือจากเกลี่ยง่ายและให้ผิวเนียนเรียบก็คือเป็นบีบีแอนด์ซีซีครีมที่ทาแล้วผิวดูสบายไม่เหนอะหนะ

3 ตัวเด็ดจากสมูทโตะ เจแปน3 ตัวเด็ดจากสมูทโตะ เจแปน

และเร็วๆ นี้ สมูทโตะ เจแปน” ได้ออกสินค้าใหม่เป็นกลุ่มวิตซีและเมกอัพสไตล์ Dewy 1 ซอง 2 สี ใช้ได้หลายสไตล์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้ครบครัน ซึ่งถ้ามีโอกาสเราจะหยิบมารีวิวกันแบบด่วนๆ ให้ได้ดูกันแน่นอน

ใครสนใจ หรือกำลังลังเลว่าจะเลือกซื้อครีมซองตัวไหนมาใช้ ก็ลองดู 3 ตัวนี้จากแบรนด์สมูทโตะได้นะคะ รับรองว่าปังมากแน่ๆ หรือดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้จากเพจ Smooto Japan ค่ะ

(Advertorial)

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/161353/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/161353/